วันเสาร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2554
ส่งงานรอบบ่ายครับ
1.การเร่งงาน มีประโยชน์หรือไม่อย่างไร ให้ยกตัวอย่างประกอบ
การเร่งงานมีประโยชน์ กล่าวคือจะช่วยในเรื่องของเวลาในการดำเนินโครงการ และช่วยในเรื่องประหยัดงบประมาณขององค์กร ตัวอย่างของการเร่งงานคือการเร่งกิจกรรมในสายงานที่ใช้เวลามากที่สุด เพื่อหากิจกรรมที่ใช้เวลาทำมากที่สุด เช่น มีสายงานที่ 3 ที่ใช้เวลามากที่สุดคือ 33 จากสายงานทั้งหมดที่เป็นไปได้ ซึ่งในสายงาน 3 นั้นมีกิจกรรม C ใช้เวลามากที่สุดคือ 10 วันก็ให้ทำการลดเหลือ 9 วัน กล่าวคือลดเวลาของกิจกรรมนั้นๆลง เพื่อประหยัดเวลาในการดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จก่อนกำหนด
2. การเร่งงาน ท่านคิดว่าปัจจัยอะไรที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษ อธิบายประกอบเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นอะไร
ปัจจัยหลักที่จะต้องพิจารณาเป็นพิเศษในการเร่งงาน คือ การหาเส้นทางวิกฤต และดำเนินการเร่งงานวิกฤตที่มีต้นทุนการเร่งงานต่ำที่สุดก่อน
3. การเร่งงาน ที่ดีท่านคิดว่าจะต้องเรียงลำดับความสำคัญจากอะไรก่อนหลัง เพราะ
การเร่งงานที่ควรดีควรเรียงลำดับความสำคัญของงาน
4. การพัฒนาโปรแกรมหรือระบบสารสนเทศใดๆ นั้น การเร่งงานมีส่วนมาเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร
มีส่วนมาเกี่ยวข้อง เพราะแต่ละงานมีส่วนที่เกี่ยวเนื่องกัน เช่นในส่วนการวิเคราะห์และออกแบบระบบกับการเขียนโปรแกรม ต้องอาศัยระยะเวลาและความเข้าใจในเนื้องานตรงกันของทั้งสองฝ่ายในการดำเนินการ เมื่อฝ่ายวิเคราะห์และออกแบบระบบทำงานล่าช้าหรือใช้งบประมาณมาก ก็จะส่งผลต่อภายเขียนโปรแกรมเนื่องจากมีระเวลากระชั้นชิดและงบประมาณที่จำกัด
วันเสาร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2554
สอบกลางภาค


<!--[if gte mso 9]>
โครงการพัฒนาเว็บไซต์ขายเสื้อผ้า
สำเร็จรูป
ไฟล์ทั้งหมดครับ http://file2.uploadfile.biz/i/EWIMMEIIIWEZWH
a คือเวลาที่สั้นที่สุดในการทำกิจกรรมให้เสร็จ
m คือเวลาที่น่าจะเป็นมากที่สุดในการทำกิจกรรม
b คือเวลาที่ยาวที่สุดในการทำกิจกรรมให้เสร็จ
| Activity | Predecessor | a | m | b | Expected Duration |
| A:ศึกษา พิจารณา ความเป็นไปได้ของหัวข้อและขอบเขตของโครงการ | None
| 9 | 11 | 12 | 10.83 |
| B:จัดทำหัวข้อและขอบเขตของโครงการ | A | 4 | 5 | 6 | 5 |
| C:เสนองานและขอบเขตต่ออาจารย์ที่ปรึกษา | B | 2 | 3 | 4 | 3 |
| D:เก็บรวบรวมข้อมูล รวมถึงศึกษาการตลาด
| C | 21 | 24 | 26 | 23.83 |
| E:ออกแบบความต้องการ | C | 17 | 18 | 19 | 18 |
| F:ค้นหาและเก็บข้อมูลเนื้อหาและไฟล์ต่างๆที่จำเป็น | D | 17 | 18 | 20 | 18.17 |
| G:ติดตั้งโปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา | E | 3 | 4 | 5 | 4 |
| H:ศึกษาและค้นคว้าการเขียนภาษา PHP และ Javascript | F | 22 | 24 | 25 | 23.83 |
| I:วิเคราะห์ ออกแบบระบบฐานข้อมูล | G | 28 | 31 | 33 | 30.83 |
| J:ทดสอบ สร้างระบบฐานข้อมูล | H | 6 | 8 | 9 | 7.83 |
| K:สร้างและพัฒนาระบบ | J | 100 | 110 | 115 | 109.17 |
| L:ทดสอบความเรียบร้อยของระบบโดยรวม | K | 10 | 12 | 14 | 12 |
| M:ตรวจสอบแก้ไขความผิดพลาดของระบบ | K | 15 | 17 | 20 | 17.17 |
| N:จัดทำคู่มือการใช้งาน |
| 7 | 9 | 12 | 9.17 |
| O:รายงานผลการดำเนินงาน | M | 3 | 4 | 7 | 4.17 |
วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เอกสาร power point หน้า 13 มีกี่เส้นทาง ที่เป็นไปได้ และเส้นทางใดเป็น critical path พร้อมบอกระยะเวลาที่วิกฤต
ท่านคิดว่า CPM กับ PERT ต่างกันอย่างไร หน้า 19 กับ 26
CPM มีการแสดงระยะเวลาของงานที่คาดว่าจะเสร็จโดยประมาณ(Estimated Duration) เท่านั้น แต่ PERT จะมีการแสดงถึงเวลาที่คาดว่าจะทำกิจกรรมแล้วเสร็จได้เร็วที่สุด(Optimistic Time) เวลาที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะทำกิจกรรมแล้วเสร็จ(Most likely) และเวลาที่คาดว่าจะทำกิจกรรมแล้วเสร็จได้ช้าที่สุด(Worst-case)
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
โครงงาน พัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ตามผู้เรียน
โครงงานพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ตามผู้เรียน
1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ในอดีตการบริหารจัดการเรียนการสอนของผู้เรียนและผู้สอนยังมีความยุ่งยาก ซับซ้อน ไม่เป็นระบบมากนัก ต้องใช้เวลาในการเตรียมการนาน อีกทั้งแต่ละแห่งมีมาตรฐานที่แตกต่างกันมาก แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีได้มีความเจริญก้าวหน้า และพัฒนามีความทันสมัยกว่าในอดีต จึงได้มีคนคิดค้นทำระบบการบริหารจัดการเรียนการสอนขึ้นมา เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวก และมีความเป็นมาตรฐาน โดยมีระบบการบริหารจัดการเรียนการสอนมากมาย เช่น ATutor Claroline D4L+P ILIAS Learnsquare Moodle Sakai Vclass เป็นต้น โดยแต่ละระบบมีความสามารถจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกัน
ระบบการจัดการการเรียนการสอนส่วนใหญ่จะถูกพัฒนาเพื่อสนับสนุนผู้สอนเป็นหลัก ไม่ได้ช่วยในเรื่องพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนเท่าใดนัก อีกทั้งไม่ให้ความสำคัญในเรื่องของการประเมินผลผู้เรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และแบ่งลำดับความรู้ความสามารถและทักษะของผู้เรียน ดังนั้นผู้จัดทำจึงได้พัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ตามผู้เรียนขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ผู้เรียนอย่างเป็นลำดับ เพราะผู้เรียนแต่ละรายมีความรู้ความสามารถที่แตกต่างกัน ซึ่งใช้กรณีศึกษาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น โดยมีการแบ่งระดับและทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนออกเป็นระดับต่างๆ 3 ระดับ ได้แก่ อ่อน ปานกลาง และเก่ง โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียนเป็นเกณฑ์วัดระดับ อย่างเช่น กลุ่มผู้เรียนอ่อนจะเริ่มเรียนบทเรียนขั้นพื้นฐานและเบื้องต้น กล่าวคือบทเรียนง่ายๆ เพื่อปูพื้นฐานความรู้ก่อนจากนั้นค่อยเข้าศึกษายังบทที่ 1 บทที่ 2 เป็นลำดับถัดไป ส่วนกลุ่มผู้เรียนระดับกลางอาจเริ่มต้นเรียนที่บทเรียนที่ 1 และสุดท้ายกลุ่มผู้เรียนระดับเก่งอาจเริ่มต้นเรียนที่ 2 เพราะมีความรู้มากพอในระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นมีการทดสอบหลังเรียน ก่อนรายงานผลการเรียน เพื่อนำมาประเมินผลผู้เรียน โดยระบบสามารถจัดบทเรียนให้แก่ผู้เรียนได้ตามสภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน และผู้สอนเป็นผู้กำหนดเนื้อหาและสร้างแบบทดสอบ เพื่อวัดระดับ
ความสามารถของผู้เรียนผ่านทางระบบ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การพัฒนากระบวนการเรียนรู้เป็นไปตามลำดับมากขึ้น
2. วัตถุประสงค์ของโครงงาน
บทนำเพื่อออกแบบและพัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ตามผู้เรียน กรณีศึกษารายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1 ระบบมีฟังก์ชั่นการทำงานทั่วไปสำหรับผู้ดูแล เช่น แก้ไขข้อมูลประวัติส่วนตัวได้ สามารถจัดการระบบสมาชิกได้
3.2 ระบบมีฟังก์ชั่นการทำงานทั่วไปสำหรับผู้สอน เช่น แก้ไขข้อมูลประวัติส่วนตัว สามารถจัดการเนื้อหาบทเรียน และจัดการแบบทดสอบได้
3.3 ระบบมีฟังก์ชั่นการทำงานทั่วไปสำหรับผู้เรียน เช่น แก้ไขข้อมูลประวัติส่วนตัว สามารถทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน
3.4 มีกระทู้ถาม-ตอบ(Webboard)เพื่อถามตอบปัญหาหรือติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ดูแลระบบ และผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับผู้เรียน
3.5 ชุดแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมีการแสดงผลแบบสุ่ม
3.6 แบบทดสอบแต่ละชุดเป็นแบบกำหนดเวลา
3.7 ลักษณะของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นแบบตัวเลือก
3.8 ลักษณะของแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมีการเชื่อมโยงกับความรู้เนื้อหาในบทเรียน
3.9 ระบบแบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ อ่อน ปานกลาง และเก่ง โดยใช้คะแนนจากแบบทดสอบก่อนเรียน
3.10 ระบบสามารถจัดบทเรียนให้แก่ผู้เรียนได้ตามระดับความรู้เริ่มต้นของผู้เรียน
3.11 ผู้สอนเป็นผู้กำหนดเนื้อหาบทเรียนรายวิชา และสร้างแบบทดสอบ เพื่อวัดระดับความสามารถของผู้เรียนผ่านทางระบบ
4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
4.1 ช่วยพัฒนาระดับความรู้ของผู้เรียนให้เป็นไปอย่างมีลำดับขั้น
4.2 ช่วยจัดระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน หลังทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4.3 ช่วยจัดบทเรียนที่เหมาะสมตามระดับการเรียนรู้ของผู้เรียน
4.3 ช่วยให้ผู้สอนสามารถจัดการบทเรียนรายวิชาได้สะดวก
5. ขั้นตอนการดำเนินงาน
5.1 พิจารณาหัวข้อและกำหนดขอบเขตของโครงงาน
- ค้นหาข้อมูลเรื่องระบบการจัดการการเรียนการสอน ได้แก่ ATutor และ Moodle
- ศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านการพัฒนา
- ศึกษาความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิค
5.2 เสนอโครงงานและขอบเขตของโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา
5.3 วิเคราะห์และออกแบบความต้องการ
- เก็บรวบรวมข้อมูล
- สร้างแผนภาพแสดงข้อมูล (Context Diagram)
- สร้างแผนภาพแสดงการไหลของข้อมูล (Data Flow Diagram)
- สร้างคำอธิบายการประมวลผลข้อมูล (Process Description)
- ออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน (User Interface)
- ออกแบบฐานข้อมูลโดยใช้แผนผังแสดงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มข้อมูล (E-R Diagram)
- สร้างพจนานุกรมข้อมูล (Data Dictionary)
5.4 ค้นหาและเก็บข้อมูลเนื้อหารายวิชาและไฟล์ต่างๆที่จำเป็น
5.5 ติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็น พร้อมทั้งศึกษาและค้นคว้าการเขียนภาษา PHP และ Javascript
5.6 วิเคราะห์ ออกแบบ และทดสอบระบบฐานข้อมูล
5.7 สร้างและพัฒนาระบบ
5.8 ทดสอบความเรียบร้อยของระบบโดยรวมทั้งหมด รวมทั้งตรวจสอบแก้ไขความผิดพลาดของระบบ
5.9 จัดทำคู่มือการใช้งาน
5.10 รายงานผลการดำเนินงาน
งบประมาณในการดำเนินโครงการ
10,000 บาท
ระยะเวลาการดำเนินการ
9 เดือน (เริ่ม 1ธันวาคม 2554 – 1 กันยายน 2555)
ตารางการดำเนินงาน
http://www.mediafire.com/?9ei5fv729z9n5oj


